เรื่องย่อหนัง

หนัง The Gift หรือชื่อไทยว่า ของขวัญวันตาย หนังเขย่าขวัญเชิงจิตวิทยาของผู้กำกับ โจเอล เอ็ดเกอร์ตัน (Joel Edgerton) พาผู้ชมเฝ้าดูชีวิตสมรสของผัวเมียวัยหนุ่มวัยสาวผู้เจอหน้ากับความแตกแยก เมื่ออดีตกาลคนรู้จักกันของข้างผัวเผยตัวกับของขวัญลึกลับ ส่งผลให้ความลับที่ถูกปกปิดกว่า 20 ปีถูกเผย แสดงนำโดย เจสัน เบทแมน (Jason Bateman) และก็รีเบคก้า ฮอลล์ (Rebecca Hall)

วิภาควิจารณ์ หนัง

The Gift (Joel Edgerton / USA / 2015)

เรื่องราวของ Simon กับ Robyn Callum สองผัวเมียฐานะงานการดีที่ย้ายจากคอนโด Chicago มาอยู่บ้านที่ Los Angeles แม้กระนั้นแล้วพวกเขาก็จะต้องเจอกับ Gordo สมัยก่อนสหาย(ไม่สนิท)ที่มีภูมิหลังอะไรบางอย่างกับ Simon ผู้เป็นผัว Gordo เริ่มส่งของขวัญต่างๆมายินดีกับบ้านใหม่ถึงหน้าประตู มีตั้งแม้กระนั้นไวน์ไปจนกระทั่งปลาบ่อหน้าบ้าน ซึ่งสองผัวเมียไม่บางทีอาจทราบได้แจ่มแจ้งว่า Gordo จะมาดีหรือมาร้าย รวมทั้งของขวัญอันตรายที่คิดไม่ถึงจะมาส่งถึงบ้านเมื่อไรกัน ปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับความไว้เนื้อวางใจกันและกันระหว่างผัวเมียเบาๆร้ายแรงแล้วก็น่าอัศจรรย์เยอะขึ้นทำให้เกิดพฤติกรรมที่เบาๆเผยให้มองเห็นตัวตนของ Simon และก็ Gordo ท่ามกลางความสงสัยของ Robyn ที่เป็นคนกลาง คุณก็เลยเพียรพยายามแสวงหาอดีตกาลเบื้องหน้าเบื้องหลังของคนทั้งคู่…ผัวของคุณแล้วก็เพื่อนฝูงพิกลวัยมัธยมของเขา

นับว่าเป็นหนังจิตวิทยาตื่นเต้นผลงานดูแลหนังปริมาณยาวเรื่องแรกของ Joel Edgerton แถมยังพ่วงแสดงบทสำคัญอย่าง Gordo บุคคลลึกลับที่เป็นปัญหาในเรื่องอีกด้วย ทั้งยังยังเป็นยังลงมือเขียนบทด้วยตัวเองซึ่งทั้งยัง 3 หน้าที่สำคัญที่เขาจำต้องรับผิดชอบก็เสร็จออกมาได้ผลสำเร็จลัพธ์ที่น่ายกย่อง หนังทั้งยังเรื่องมิได้เพอร์เฟ็คซึ่งยังมีแผลอยู่ อย่างเช่นการไม่เนียนของรอยตะเข็บที่เย็บแอบซ่อนการหักมุม เงื่อนอะไรบางอย่างของนักแสดงที่มิได้คลี่คลายและก็ยังคงค้างคาที่มีความคิดว่ามันยังขยี้ได้ เป็นต้นว่า อาการกลัวลิงของ Simon ถึงแผลที่ว่านี้จะก่อให้พวกเราคิดว่าหนังมันมิได้เริ่ดนิ้งแต่ว่าสาส์นหรือหัวข้อของหนังก็มิได้เสียหายและก็ยังคงอยู่อย่างสมบูรณ์ในแบบที่พะอืดพะอม

หนังหัวข้อนี้ได้รับคำติชมจากประเทศนอกเมืองท้องนาดีทีเดียว แถมยังดีมากกว่าความรู้สึกส่วนตัวของพวกเราเองที่ภายหลังจากดูหนังจบก็มีความรู้สึกว่าหนังหัวข้อนี้ไม่น่าจะแตะต้องถึงคำชื่นชมได้มากขนาดนี้ เนื่องจากว่ามันไม่ใช่หนังสร้างกระแสในฐานะที่เป็นหนังโหนชาตินิยม ชนชั้นวรรณะ หรือการบ้านการเมืองอะไรก็ตามแถมยังเป็นงานดูแลหนังยาวเรื่องแรกของผู้กำกับซึ่งภาษีการเป็นผู้แสดงระดับแถวหน้าบางครั้งบางคราวมันพลอยจะมีผลให้ผู้ชมมีความอวดดื้อถือดีได้ ยิ่งในรูปแบบของหนังที่มันจำต้องโชว์ความรู้ความเข้าใจสำหรับการเขียนบทรวมทั้งการดูแลเล่าขนาดนี้ รวมทั้งหนังก็มิได้ไปถึงในจุดที่จะจำเป็นต้องสรเสริญในความเป็นหนังจิตวิทยาที่มีการเล่าสลับซับซ้อนมีเค้าโครงเรื่องราวที่แปลกใหม่หรือคาดการณ์มิได้แบบนั้น ที่สำคัญซึ่งมันเป็นหนังพล็อตที่มีอยู่ดาษดื่นให้มองเห็นกันอยู่เสมอๆอย่างหนังที่คนทำที่หลงใหลหนังสอบสวนหรือหนังเชิงจิตวิทยาชอบเริ่มทำกันจากเรื่องราวราวๆนี้ ก็เลยค่อนข้างจะฉงนใจกับแต้มจากนักวิพากษ์วิจารณ์ที่มองสูงขึ้นยิ่งกว่าหนังชนิดเดียวกัน แม้กระนั้นมิได้มีความหมายว่าพวกเรามิได้ถูกใจหนังหรือหนังควรจะได้การชื่นชอบน้อยกว่านี้นะเพียงแค่มันไม่ถูกจากที่คาดไว้

ช่วงเวลาที่เขียนอยู่นี่ก็คิดถึง Prisoners (Denis Villeneuve / USA / 2013) ซึ่งก็เป็นหนังพล็อตอีหร็อบเดียวกันแต่ว่าเพียงแค่ใช้คนละเรื่องราวสำหรับในการขับหัวข้อ ซึ่งประเด็นนั้นโยงเรื่องความศรัทธา ศาสนาเพื่อขับย้ำเรื่องมนุษยธรรม แถมยังสะดุดล้มเป็นแผลตรงเทิร์นนิ่งพอเพียงยท์คล้ายกัน แต่ว่าการดูแลแล้วก็โปรดักชั่นของ Prisoners มันโปรรวมทั้งใหญ่มากยิ่งกว่ามากมายๆ(มิได้มองดูที่ทุนนะ ดูจากหนังที่มองเห็นบนหน้าจอ) แต่ว่าในความไม่มากของ The Gift มันก็สามารถทำให้ทั้งหมดทุกอย่างค่อนข้างจะพอดีในหัวข้อที่ต้องการจะเล่ากับเรื่องราวที่ขมวดจบได้พอดิบพอดีจุดเหมือนกัน เพียงแต่การเล่าระยะเวลาชีวิตประจำวันของผู้แสดงหญิงที่เบาๆสร้างความระแวดระวังให้รู้สึกถึงการเช็ดกคุกคามจนกระทั่งระทึกได้พอดิบพอดีคำทำให้มีความรู้สึกว่าพอดิบพอดีอิ่มได้อยู่ และก็เรื่องราวของคนชั่วช้าสารเลวเห็นแก่ตัวเห็นแก่ตัวตัวแล้วก้าวหน้ามาตลอด ลอยนวลมากระทั่งวันหนึ่งมันไม่รับแล้วก็ปรับปรุงแก้ไขตัวก็จะต้องพบกับการเอาคืนบ้าง ซึ่งหนังก็สามารถทิ้งคำตอบมนุษยธรรมในเชิงหัวใจเขาหัวใจพวกเราให้ทิ่มแทงผู้แสดงได้ร้ายแรงทีเดียว

*****สปอยล์***** ความเป็น Homosexual ของ Gordo ถูกเฉลยคำตอบด้วย Execution หักมุมที่ตบหน้าผู้แสดงได้อย่างหนัก แต่ว่าเสียดายที่ความตั้งอกตั้งใจของคนทำมันไม่พุ่งทะยานออกมาดำเนินการกับผู้ชมได้หมดก๊อกน้ำ มันยังค้างคาอยู่เนื่องจากว่าส่วนตัวสำหรับเรายังไม่เชื่อคำพูดของผู้เห็นเหตุการณ์ที่ Robyn ไปสืบถามมาอย่างเต็มที่ พฤติกรรมของ Gordo ที่แก้เผ็ดด้วยการวางยาขืนใจ Robyn เมียของศัตรูแบบวิสัยชายแท้มันก็มิได้ชี้ว่าการทำนั้นเขากำลังการันตีกับ Simon ให้เจ็บแสบมากกว่าว่าเขาไม่ใช่เกย์ เพราะเหตุว่า Gordo บางครั้งก็อาจจะเป็นเกย์จริงๆแม้กระนั้นก็ข่มขืนกระทำชำเราหญิงเพราะว่าเพียงแค่เพื่อล้างแค้นก็เป็นไปได้เนื่องจากว่าลักษณะผู้แสดงที่มองเป็นผู้ชายแต่ว่าไร้เดียงสาพิศดารไม่สู้คนมันก็ทำให้มีความรู้สึกว่ามันเป็นเกย์อยู่เช่นกันน่ะ เมื่อมิได้ยินการรับรองจากปาก Gordo หรือ Simon แบบตรงๆไม่ตอแหลก็เลยไม่ปักใจมั่นใจว่า Gordo เป็นหรือเปล่าเป็นเกย์ (ซึ่งมันเป็นสาเหตุที่ทำให้ Simon กับ Gordo แตกแยกขัดแย้งกันเพราะเหตุว่า Simon แกล้งประกาศว่า Gordo เป็นเกย์จนกระทั่งถูกล้อเลียนแล้วก็ถูกทรมานบาปจนถึงเปลี่ยนเป็นเงื่อนที่เอามาสู่ความอาฆาต) ทำให้จุดเฉลยคำตอบที่ออกจะแน่ใจว่าคนทำตั้งอกตั้งใจจะกล่าวว่า Gordo ไม่ใช่เกย์ด้วยการเอาคืนที่โคตรเจ็บแสบนั้นมันไม่พุ่งทะยานเนื่องจากความสองแง่สองง่ามอย่างที่บอก

แถมผู้ร้ายที่มีความคิดว่าผู้ชมไม่น้อยเพียรพยายามเอาใจช่วยอย่าง Gordo กลับล้างแค้นด้วยการใช้ผู้บริสุทธิ์อย่าง Robyn ภรรยาของศัตรูที่มิได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยเลยเป็นตัวรองรับบาป ซึ่งสำหรับผู้ชมที่ปรับนิสัยกับคุณงามความดีความสวยของการเป็นคนดีไปสู่คนชั่วช้าร้ายมิได้ก็บางครั้งก็อาจจะผิดหวังไม่ชื่นมื่นกับผลสรุปของนักแสดงได้อย่างง่ายดายแต่ว่าทั้งสิ้นทั้งหลายทั้งมวลบทหนังก็ได้สร้างความไม่น่าเชื่อใจให้ผู้แสดงของ Gordo สามารถพลิกแพลงไปๆมาๆได้อย่างระมัดระวังมีมิติมาตั้งแต่ต้น จนกระทั่งในที่สุดก็สร้างความอักอ่วนจิตใจได้อย่างล้นหลาม จนถึงออกมาจากโรงได้เป็นต้นตย์และก็ยังไม่วายระลึกถึงเคสของ Gordo Weirdo

Harry Elliott